วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ใบไม้กระดิก

ร่มเงาของต้นไม้ปกคลุมสวนกว้างแห่งนี้ ท้องฟ้าสีฟ้าเบื้องบนก็เช่นกัน มันพอใจสาดแสงอ่อนลงบนกลีบเมฆ แสงสีทองส่องระยับล่องลอยไปทั่ว


เขาประพรมลมหายใจลงบนต้นคอของเธอ สาวงามสะคราญโฉม อกอูมขาวนวลแนบสนิทกับแผ่นอกกำยำของชายวัยฉกรรจ์ มันบทเบียดไปมาคล้ายท่วงทำนองเพลงรัก ร่างของพวกเขาแหวกว่ายอยู่ในกันและกันดุจพญามัจฉา


"ผมอยากอาศัยอยู่ในเงาของแววตาคุณ ผมอยากซุกมือของผมตรงนี้ อยากวางเอาไว้เนิ่นนาน" ชายหนุ่มเค้นคลึงมือใหญ่หนาลงไปบนสองปทุมถัน แรงพิสวาศนั้นเกินจะข่มไหว เธอหายใจเบารดต้นคอของเขาดุจคำเชื้อเชิญ


"โหยหาเหลือเกินที่จะสูดกลิ่นลมหายใจของคุณ แพรทิมาจันทร์" เมคินทร์ออดอ้อนท่ามกลางกลิ่นหอมระเรื้อของหญิงสาว


รอยยิ้มอันแสนเยือกเย็นกับลมหายใจยาว ๆ ของแพรทิมาจันทร์ช่างชวนฝันอย่างประหลาด วิทย์บดเบียดริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากแดงอวบอิ่มของเธอ กาลเวลาทอดตัวออกเข้าใกล้ความเป็นนิรันดร์


เสียงลมหายไปเธอเริ่มทิ้งตัวถี่ขึ้น ... ถี่ขึ้น ... ถี่ขึ้น ... ถี่ขึ้น ....


แพรทิมาจันทร์โอบรัดชายหนุ่มสุดแรง ทว่าในแววตาของเธอยังคงว่างเปล่า ชายหนุ่มยังคงถาโถมความพิศวาสทั้งหมดของเขาเข้าใส่ช่องว่างตรงกลางระหว่างขาขาวนวลของเธออย่างสุดความกำยำ แต่มีเพียงเสียงลมหายใจของแพรทิมาจันทร์เท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนกับเขา และตอนนี้มันช้าลงกว่าที่เคย


"พอได้แล้ว เธอกลับไปได้แล้ว" แพรทิมาจันทร์ระบายเสียงหวานอารมณ์ออกมา มันราบเรียบราวกับกระจก


ชายหนุ่มประคองตัวของเขาให้ลุกขึ้น สองขายังคนสั่นไหว ไปด้วยความเจ็บปวด มันเจ็บอย่างซ่อนเร้นในผิวกายของเขา ยังคงแอบแฝงในกระดูกทุกข้อต่อ เพียงแต่ในยามนี้มันยังไม่แสดงออกมากนักเพราะสายได้ของแพรทิมาจันทร์ที่จับจ้องอยู่บนร่างเปลือยเปล่าของเขา


ในใจของชายหนุ่มเต้นระรัว มันสะท้านไปด้วยความอัดอั้น ที่พูดออกมาไม่ได้ มันแยกความทรมานกับความสุขสมในราคะไม่ออกเลยด้วยซ้ำ เขาก้าวเท้าออกไปบนพื้นดินอย่างไร้จุดหมาย เงาเลือนลางของร่างเปลือยเปล่าทอดตัวไปบนต้นไม้ ก้าวและก้าวเล่าถูกย่างออกไปอย่างชา ๆ เขาหมดกำลังแม้แต่จะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ ภูผาแห่งความเย็นชาตั้งตระหง่านอยู่เบื่องหลัง


เขาคือชายวันฉกรรจ์ที่ไม่เคยหวาดหวั่นกับอะไร แต่เขายอมพ่ายแพ้ต่อต่อการปีนเขาลูกนี้ เหตุผลเดียวคือภูเขาลูกนี้ชื่อ "แพรทิมาจันทร์"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น