ผมฟาดเขาด้วยความรู้สึกโกรธเกลี้ยว "ทำไมมันไม่พูดอะไรเลย"
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังสูบเอาควันสีลาง ๆ จากมวลบุหรี่เข้าในปอด อีกมือหนึ่งสั่นเทากำเข็มขัดแน่น คราบเลือดที่หัวเข็มขัดยังติดอยู่ น้ำใสประกายระยับอาบสองแก้ม ... ท่วมท้นจากเบ้าตาไหลลงสู่ปกเสื้อ
เขาตัดสินใจวิ่งเข้าไปกอดลูกชายของเขาเอาไว้ ลูกชายผู้ที่กำลังโอบกอดเพื่อนคนเดียวของเขา "หูโทรศัพท์"
สายตาจ้องประสานสายตา ครูอำพรยังอยู่ในสาย ความเงียบงันฟุ้งกระเซ็นไปทั่วห้องนั้น พรมใต้เท้าสีน้ำเงิน บ้านรโหฐาน เย็นชา ... ทมึนทึบ ไร้ความปราณี
"พ่อจะไม่ตีลูกอีก พ่อจะไม่ตีลูกอีกตลอดไป พ่อสัญญา ตึ๋งหนืดลูกรักของพ่อ"
ผมโอบลูกชายตัวน้อยที่ใบหน้าของเขามีบาดแผลเอาไว้ในอ้อมอก แม้ตายก็จะไม่ผิดสัญญา "เราไปโรงพยาบาลกันนะลูกนะ" หูโทรศัพท์ถูกวางไว้ที่พื้น ครูอำพรยิ้มตื่นตัน เขาทั้งสองจากไปแล้ว ...
รถเชฟคาเมโร่ ยุค 70 ถูกติดเครื่องกลางสายฝน ผมประคองเด็กชายในอ้อมแขน เขาตัวเย็น ปากซีด ไม่ค่อยตอบสนอง นี่ผมทำอะไรลงไป !! เสียเขาไป ผมจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?? หากแต่วันนี้มันไม่ได้เป็นคำถามสำหรับผม มันคือคำตอบต่างหาก ... คำตอบที่ว่าหลังจากนี้เราจะเป็นพ่อลูกกันแบบไหน
โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์อยู่เบื่องหน้า มันพร่ามัวตรงกระจกหน้าของรถ ฝนยังคงตกหนัก ใครบางคนคงร้องไห้ในสิ่งที่ผมได้ทำลงไป
หมอพาเด็กชายไปเย็บแผล ผมเฝ้าเขาทั้งคืน ไม่นอน ไม่ไปไหนทั้งนั้น ตั้งแต่แม่เขาจากไปเด็กคนนี้ไม่มีใครนอกจากผม มือเขาในมือผม "เราช่างเหมือนกันเหลือเกิน ลูกเป็นลูกพ่อสินะ"
ชายผู้ที่ต่อมาในอนาคต น้ำตาเขาต้องไหล พูดเอาไว้ในวันที่เด็กชายหลับตาว่าในชีวิตของเขา "เขารองไห้เพียงสองครั้ง"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น