"ผมเคยไปสมัครงานประจำด้วยน้า ..." --- แต่เขาไม่รับ
มีคนบอกว่าผมว่า "เราต้องปรับตัวเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงบ้าง ..."
"โลกแห่งความเป็นจริง" --- คำนี้ดังก้องมาในใจ เชือดเฉือนทุกอณูกำลัง บั่นทอนความหวังของศิลปินอย่างผมให้ขาดสะบั้น หากแต่ผมยิ้มรับ หัวเราะทั้งน้ำตา
แต่ก็น่าแปลกที่เราก็ยังต้องทำ ... ทำงานให้ใครบางคน ...
"ก่อนหน้านี้เราทำงานอะไรมาบ้าง" ลูกจ้างท่าทางเหมือนเจ้าของกิจการถาม
"เล่นดนตรีครับ เขียนเพลง เขียนหนังสือ ... ประมาณนั้น"
----- เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง -----
"แล้วทำไมมาสมัครงานประจำ" เขาถาม
"แม่ด่าทุกวันว่าต้องทำอะไรที่มั่นคงบ้าง" ผมตอบยิ้มๆ
--- เขานิ่งเงียบ ---
"เป้าหมายชีวิตของเราล่ะ" เขาคุ้ยดู
"ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น" ผมตอบซื่อๆ
--- เขาคิดอีก ---
เราคุยกันประมาณนี้ไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายคือเขาไม่รับผม ... โดยเขาคิดว่าผมจะไม่อยู่กับเขาไปตลอด --- ผมงง !!! ทำไมต้องตลอด ??
เขาให้เหตุผลว่าบริษัทต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ การที่มีคนทำงานแล้วหยุด แล้วรับคนเข้ามาใหม่เรื่อยๆ บริษัทก็จะโตลำบากนั่นเอง --- แปลว่าคนที่สมัครงานในตำแหน่งหนึ่งก็ทำไปคนหมดช่วงชีวิต
ผมเข้าใจ ... เดินออกมา ไม่เสียใจเพราะอย่างน้อยเราก็รู้จักตัวเองมากขึ้นอีกนิด
--- ระหว่างทาง // พลางคิด ---
ย้อนเวลากลับไปสมัยก่อนโลกนี้มันก็ไม่มีเงินนี่หว่า เขาใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ "ระบบเกื้อกูล" ยามหิวเอาผลของต้นไม้มากิน อิ่มแล้วปาทิ้ง ลงดิน งอก !!!
ปวดฉี่ ไม่ต้องเข้าที่ไหนไกล ต้นไม้ต้นไหนก็ได้ เป็นปุ๋ย ... ถ้าข้าศึกบุกล่ะ !!! ผมยิ้มหัวเราะระหว่างเดินกลับบ้าน
แน่นอนใครจะไปขยันรดน้ำได้ทุกวัน ผมยังไม่ขยันเลย แต่โลกนี้ก็มีพระคุณจริงๆ ฤดูกาลจะคอยทำหน้าที่นี้แทนเรา แถมในแต่ละฤดูพืชผักต่างๆ ก็หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมากให้เรากินไม่ซ้า พอเราคิดถึงอยากกินอีก ก็อดใจหน่อย เดี๋ยวก็ได้กินในฤดูต่อๆ ไป
ด้วยเหตุนี้เราจึงมีเวลาว่าง .... ต่างกับคนในยุคนี้ที่ไม่ว่าง แล้วก็ไม่มีกิน
คนใจดีถูกบังคับโดยระบบที่มีคนกำหนดไม่กี่คน เปลี่ยนไป ... กลายเป็นคนที่ต้องเห็นแก่ตัว เพราะต้องหาเงินเลี้ยงปากท้อง --- แต่คนเราไม่ได้กินเงินหนิ
แต่เราก็ว่าใครไม่ได้ เราเป็นคนดีมีเหตุผล เสียน้ำตาเพราะเขาว่าไม่เป็นไร --- ยังไงซะต้นไม้ก็คอยปลอบใจอยู่แล้ว "นี่ต่างหากคือโลกแห่งความจริงของผม"
ผมเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ชีวิตมันเล่นตลกกับเรา มองไปทางไหนเห็นแต่คนดี คนเก่ง คนสำเร็จ แต่เรายังไม่ถึงไหน แถมเงินก็จะหมดอีก ยังโดนที่บ้านกระหนาบซ้ำเติมจนแทบคลาน
รู้นะว่าควรทำตามฝัน แต่มันก็ไม่กล้า เพราะวินาทีที่เราตั้งใจอยากทำก็มีคนคอยรอเหยียบย่ำเมื่อก้าวพราดอยู่เต็มไปหมด --- ถ้าคุณเป็นคนนั้น --- คนไม่ได้เป็นคนเดียว !!!
โลกนี้ต้องการคนอย่างนี้ คนที่เดินตามความฝัน คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ไม่อย่างนั้นโลกนี้ก็จะเดินไปตามที่มันเคยเดินมา คือ "คนที่ฝันคือนคนหลั่งน้ำตา" ปรบมือต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความจริงแป่ะๆ
ผมเชื่ออย่างสุดหัวใจ ศรัทธาอย่างที่ไม่เคยศรัทธาอะไรเท่านี้มาก่อน ว่ามันต้องมีสักวิธีที่คนเราจะทำตามความฝันได้ และสามารถมีชีวิตอยู่รอด มีความสุขได้อย่างยั่งยืน ...
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราทุกคนคงจะเชื่อในสิ่งนี้ร่วมกัน ... ทำสิ่งที่เชื่อทุกวัน ... ด้วยศรัทธา
พอลืมตาขึ้นมา "อ่าว ... เราสำเร็จแล้ว"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น